ปอล ป็อกบา ตกเป็นเป้าหมายลำดับต่อไปของ ทีมฟุตบอล เทวดาเดินดินอย่าง เรอัล มาดริด

โทษฐานที่ข่าวล่ามาแรงเหลือเกินว่าตกเป็นเป้าหมายลำดับต่อไปของ ทีมฟุตบอล เทวดาเดินดินอย่าง เรอัล มาดริด วันนี้จึงขอกระแทกนิ้วถึง ปอล ป็อกบา อีกสักครั้งนะครับ

คือถ้าว่ากันตามหลักคณิตศาสตร์ของคุณครูปรีชา (นามสมมุติ) ถือเป็นสถิติที่ “สุ-ย่อ-ปา-เลอ” นะครับ แถมยังแสดงให้เห็นว่าเป็นจุดศูนย์กลางของ ทีมฟุตบอล ตัวเองอีกต่างหาก

ทีมฟุตบอล

นี่แหละเหตุผลที่บอกว่าทำไม ปอล ป็อกบา ถึงเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่กับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่แหวกกลางบ๊องเข้ามาติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลที่ผ่านมาจากการคัดเลือกโดยสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ)

ว่าแล้วก็สามารถเคลมได้เลยว่าฤดูกาล 2018-19 คือฤดูกาลที่ ปอล ป็อกบา ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างไฉไลเป็นบ้าที่สุด นับตั้งแต่เลื้อยตูดออกมาจาก ยูเวนตุส แล้วกลับมาสวมเครื่องแบบปีศาจแดง เมื่อฤดูกาล 2016-17

หรือคิดง่ายๆ แบบนี้ก็ได้ครับว่านับตั้งแต่ประกอบอาชีพค้าแข้ง ดาวเตะวัย 26 ขวบผู้นี้ไม่เคยกะซวกตาข่ายได้เกิน 10 ประตู นี่คือฤดูกาลแรกในชีวิตที่กระหน่ำประตูเกิน 10 ดอก

ความจริงพี่แกควรจะได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ ลุค ชอว์ ด้วยซ้ำ

เพียงแต่ในความรู้สึก

ย้ำว่าในทางความรู้สึก ท่านผู้ชมส่วนใหญ่กลับไม่รู้สึกว่า ปอล ป็อกบา โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอะไร มิหนำยังรู้สึกว่าน่าผิดหวังเสียด้วยซ้ำไป

ถามว่าเพราะอะไร – เพราะอะไรแฟนบอลส่วนใหญ่จึงรู้สึกแบบนั้น?

อันดับแรกน่าจะมาจากการที่คุณพี่เขาถูกตั้งความหวังเอาไว้สูงลิบลิ่วจนเกินไป

ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 89 ล้านปอนด์ แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ย่อมทำให้แฟนบอลรู้สึกว่าดาวเตะผู้นี้ควรจะสำแดงอิทธิเดชของตนเองออกมาบนฟลอร์หญ้าได้มากกว่าที่เห็นและเป็นไป

เข้าใจว่าคงจะตั้งความหวังเอาไว้สูงประหนึ่ง ปอล ป็อกบา เป็นดาวเตะในระดับเดียวกับ โอซาระ ซึบาสะ จากมังงะเรื่อง “เจ้าหนูสิงห์นักเตะ” นั่นแหละ คือเป็นทุกสิ่งและทุกอย่างของทีม โดยสามารถแบกทีมได้ด้วยลำแข้งของตัวเองเพียงลำพัง – ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์เกม เปิดป้อน – เลี้ยงกินตัวคู่แข่ง และทำลายตาข่ายสิ้นซาก

ทว่าแท้จริงแล้ว ปอล ป็อกบา เป็นเพียงแค่ผู้เล่นคนหนึ่งในแผนกมิดฟิลด์ตัวกลางของฟุตบอลสมัยใหม่ หาใช่สุดยอดมิดฟิลด์ประเภทชายเดี่ยวในตำนานอย่าง ดิเอโก้ มาราโดน่า หรือ ซีเนดีน ซีดาน สักหน่อย

อันดับต่อมาคือพฤติกรรมนอกสนามที่ทำให้ชาวบ้านมองว่า “เยอะเกินไป” เช่นการทำสีผม การครีเอตท่าดีใจ หรือคลิปการเต้นระบำอย่างเริงร่าที่ชอบเอาลงในโลกโซเชี่ยล

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอสักเท่าไหร่

เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวผีเข้า เดี๋ยวผีออก บทจะดีก็ต้องบอกว่า “เหนือดุจเทวดา” บทจะร้ายก็สามารถถูกเอเลี่ยนลักพาตัวไปจากสนามแบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

เฉพาะอย่างยิ่งจังหวะการเล่นที่เรียกว่า “จังหวะนรก”

คืออุดมด้วยความดันทุรังสูง ทั้งฝืน ทั้งดื้อ จังหวะที่ควรจ่ายดันสับไกยิง หรือจังหวะควรเล่นเร็วดันดึงให้มันช้า และอื่นๆ อีกมากมาย

นักวิจารณ์ลูกหนังบางท่านเคยตั้งข้อสังเกตปนวิเคราะห์ว่าไอ้ที่ฟอร์มการเล่นไม่เปรี้ยงปร้างและตูมตามเหมือนสมัยสวมเครื่องแบบม้าลายในกัลโช่ เซเรีย อา ก็เพราะสไตล์กาเล่นของเขามันไม่เข้ากับระบบการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด

บ้างก็ว่าเล่นผิดตำแหน่ง เพราะควรเป็น 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-3-3 ที่มีอิสระเสรีเหนือสิ่งอื่นใดในการขับเคลื่อนเกมรุก จึงไม่เหมาะกับการเป็น 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นสูงและต้องคอยระมัดระวังเกมรับด้วย ซึ่งหลังจากที่ติดตามผลงานของดาวเตะผู้นี้อย่างใกล้ชิดมาตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้ชมทางบ้านอย่างผมพบว่ามันไม่เกี่ยวกับระบบการเล่นแน่ๆ หรือต่อให้มีผลก็คงน้อยมาก

หลักฐานยืนยันหนักแน่นคือตอนเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 2018 “คุณป็อก” ก็คือ 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 นี่แหละ

ทำไมโชว์ฟอร์มสะเด่าวะ ???

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพอจะสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่ามันน่าจะอยู่ที่อารมณ์ของพี่แกล้วนๆ ว่าอยากจะเอาหรือเปล่า

หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นผู้เล่นที่จัดอยู่ในประเภท “ติสต์แดก” คนหนึ่ง

ทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องที่ตกเป็นข่าวพัวพันกับราชันชุดขาว

ขอบอกว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่พี่ๆ นักข่าวแถวนั้นเสกขึ้นมาเองซะมากกว่า เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปิดฤดูกาลที่ตลาดเปิดแบบนี้

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือคุณพี่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าอนาคตของตัวเองนั้นไม่แน่นอน วันหนึ่งอาจไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ก็เป็นได้

อีกทั้ง ปอล ป็อกบา เป็นผู้เล่นที่จัดอยู่ในประเภท “ดาวสภา” ที่สามารถนำไปเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านได้มาก ขณะเดียวกับที่ เรอัล มาดริด และนาทีนี้ก็กำลังต้องการนักเตะประเภท “ดาวดัง” มาเสริมพอดี

แล้วไหนจะยังปรับตัวให้เข้ากับปีศาจแดงไม่ได้จนอยากย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่า หรือบางทีอาจต้องการพุ่งชนความสำเร็จมากกว่าอันดับ 6 พรีเมียร์ลีก

เรียกว่ามีเรื่องราวมากมายให้บรรดาคนข่าวยุคดิจิตัลจับแพะกับแกะมาเล่นฟัคกลิ้งเลิฟกันได้อย่างเมามันเลยทีเดียว

สรุปคือมันก็สรุปไม่ได้แน่นอนหรอกว่า เรอัล มาดริด อยากจะได้ ปอล ป็อกบา ไปร่วมทีมจริงๆ หรือเปล่า?

แล้วสมมุติว่าถ้ามันจริงล่ะ

ค่าตัวของ ปอล ป็อกบา ในยุคนี้ที่ค่าตัวผู้เล่นรุนแรงเกินจริงแบบต้องอุทานเป็นภาษาโดธรากีว่า “พ่อมึงตาย” (ซึ่งต้องขอบคุณท่านเจ้าของทีม เปแอสเช ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้วงการลูกหนัง เมื่อยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาของ เนย์มาร์ เจอาร์) หากขายกันจริงๆ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเรียกค่าตัวได้มหาศาลเกิน 100 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน

รายงานข่าวบางสำนักที่เชื่อถือได้บ้างไม่ได้บ้างกล่าวว่าค่าตัวอาจถีบขึ้นไประดับทะลักจุดแตกถึง 150 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

แต่ในโครงการ กาลาคติกอส ภาค 3 ของ เรอัล มาดริด กระชากผู้เล่นระดับดาวดังมาร่วมทีมแล้ว 2 คนด้วยกัน คือ ลูก้า โยวิช กับ เอแด็น อาซาร์ ซึ่งค่าตัวรวมกันเกือบๆ 200 ล้านปอนด์

ถามว่าทีมชุดขาวยังมีเงินจ่ายให้ผู้เล่นเพียงคนเดียวในระดับ 150 ล้านปอนด์อีกหรือ?

อืมมมมม…มันแพงไปใช่ไหม ว่าแล้วพวกพี่ๆ นักข่าวเขาก็เลยวิสาสะเป็นประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ แล้วเอา แกเร็ธ เบล กับ ราฟาเอล วาราน บวกด้วยนายทวารอย่าง เกย์ลอร์ นาวาส ไปแลกตัวกับ ปอล ป็อกบา ให้เสร็จสรรพเลยทีเดียวในวงเล็บว่า (เอาเข้าไป)

แล้ว ปอล ป็อกบา ล่ะ…อยากย้ายหรือเปล่า

สมัยเยาวชน – เขาเคยเป็นผู้เล่นของทีมโรงเรียนลูกกรอกคะนอง ชุดแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 แต่ไม่ถือเป็น “ลูกหม้อ” ที่เกิดจากหยดอสุจิคุงของท่านซาตาน เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไปกระชากมาจากทีมอื่นในฝรั่งเศสอีกที ซึ่งนั่นคือหนึ่งเหตุผลที่บอกว่าทำไม ดารารุ่งรัศมีคนนั้นถึงได้ทิ้งปีศาจแดงทีมไปอยู่กับ ยูเวนตุส แบบไม่เหลือเยื่อใย

อนึ่ง กระแทกแป้นพิมพ์ถึงตรงนี้แล้วก็ต้องขออธิบายซ้ำๆ ซากๆ เหมือนเดิมว่าสาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยสมบัติอันล้ำค่าของตัวเองออกไป เพราะเจ้าตัวเขาไม่ยอมต่อสัญญา หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมต่อสัญญาใหม่ ซึ่งมันก็ต้องเป็นไปตามกฏนั่นแหละ ไม่ได้แดกส์ควายเป็นอาหาร และไม่ได้ตัวถั่วจนมองไม่ออกอย่างที่ถูกปรักปรำ

ในเมื่อไม่ได้มีใจรักปีศาจแดงเป็นทุนเดิม แถมไม่ได้เป็นเด็กผีมาตั้งแต่ตอนยังเป็นกุมาร บวกกับความน้อยใจที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ทำตามที่รับปากว่าจะให้ลงเป็นตัวจริงในเกมสำคัญเกมหนึ่ง

อีกทั้งยังมีเอเย่นต์อย่างไอ้อ้วนขาเบียด มิโน่ ไรโอล่า ที่ต้องการได้ค่านายหน้า มันจึงลงเอยด้วยการแยกทาง ซึ่งถ้ารักกันจริง มันไม่ย้ายออกไปหรอก

ตอนเลื้อยตูดลายหนังไก่ดำๆ กลับมาจาก ยูเวนตุส ก็เช่นกันที่เป็นตัวอย่างชัดเจน

ฤดูกาล 2016-17 แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่โอกาสประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกก็น้อยนิดผิดกับตอนสวมเครื่องแบบทีมม้าลายที่คงจะได้เกียรติยศระดับ “สคูเด็ตโต้” มาประดับบารมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นไอ้ที่ยอมลดตัวด้วยการเดินทางกลับมาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็เพราะคำๆ เดียวนั่นแหละ – เงิน

ไหนจะค่าเหนื่อยที่มหาศาลกว่าเดิม ไหนจะส่วนแบ่งที่ได้จากค่าตัว 89 ล้านปอนด์ มันล้วนเป็นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธ

เพียงเท่าแค่นี้ก็เดาได้ไม่ยากนะครับว่าถ้า เรอัล มาดริด สนใจอยากจะ “เอานะ” จริงๆ แล้วยื่นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธให้บ้าง

ดาวเตะอย่าง ปอล ป็อกบา จะคิดเยี่ยงไร

เผลอๆ ประโยคคลาสสิกประเภท “การได้อยู่กับ เรอัล มาดริด เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก” อาจจะถูกบ้วนออกจากรูปากอย่างรวดเร็ว

ทางเว็บ viva9988 บอกว่าสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตกอยู่ในสภาพของทีมกลางตารางอย่างสมบูรณ์แบบ ผมเคยแสดงความเห็นไปแล้วว่าถึงเวลาที่พวกเขาคงต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้ว ในเมื่อวิธีเก่ามันไม่ได้ผล

นักเตะคนไหนไม่อยากทิ้งหัวใจไว้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ปล่อยๆ ออกไป ไม่ต้องเสียดาย เช่นเดียวกับนักเตะคนไหนที่ไม่ได้มีใจรักในปีศาจแดงจริงๆ ก็ไม่ต้องไปซื้อมาให้เปลืองเงินหรอก

ปอล ป็อกบา เป็นยอดมิดฟิลด์และเป็นจุดศูนย์กลางของทีมก็จริง แต่ไม่ใช่นักเตะระดับพระกาฬที่มึงจะขาดไม่ได้สักหน่อย ส่วนบุคลิกการเล่นก็อย่างที่เห็นๆ กันนั่นแหละคือยึกๆ ยักๆ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ไม่มีความคงเส้นคงวา แถมยังติสต์แดกอีกต่างหาก