นัก ฟุตบอล ซามูไรที่มีนามว่า “ชุนสุเกะ นากามูระ” กับ ลูกฟรีคิกที่ติดตาตรึงใจมาจนถึงปัจจุบัน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 ลูกฟรีคิกที่ติดตาตรึงใจมาจนถึงปัจจุบันสำหรับผม ขอยกให้กับแข้งนัก ฟุตบอล ซามูไรที่มีนามว่า “ชุนสุเกะ นากามูระ” มิดฟิลด์ชาวญี่ปุ่นที่ค้าแข้งอยู่กับกลาสโกว์ เซลติก ทีมจากลีกสกอตแลนด์

ด้วยอีซ้ายของเขา ปั่นบอลโค้งๆข้ามกำแพงพุ่งเสียบตาข่ายใส่ทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากอังกฤษ ในศึก “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก” รอบแบ่งกลุ่ม ได้ทั้งไปและกลับ ทำเอา “เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์” ยอดผู้รักษาประตูชาวดัตช์สมัยนั้นทำได้เพียงแค่ยืนชำเลืองสายตาดูลูกบอลกำลังเข้าประตูไปเท่านั้นเอง

ฟุตบอล

จาก 2 ประตูดังกล่าว ทำเอาเด็กอย่างผมที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 (ถ้าจำไม่ผิด) ถึงกับบ้าคลั่งไปหาซื้อตัวนากามูระในเกมฟุตบอลยอดฮิตสมัยนั้นนั่นคือ “Winning Eleven” ที่เล่นใน Playstation 2 แน่นอนว่าผู้ชายหลายท่านที่ชอบดูฟุตบอล ต้องเคยผ่านเกมส์นี้มาอย่างแน่นอน

ลีลาและเทคนิคที่แพรวพราว เป็นที่ประจักษ์ให้กับสายตาแฟนบอลอย่างมากโดยเฉพาะลูกนิ่งอันทรงพลัง และเป็นเครื่องหมายการค้าของนากามูระในสมัยค้าแข้งกับกลาสโกว์ เซลติก จริงๆ

ต้องยอมรับว่าผลงานของเขาสมัยอยู่กับเซลติก นากามูระมีส่วนร่วมกับทีมในการลงสนามทั้งสิ้น 166 นัด และซัดไป 34 ประตู กระทั่งคว้ารางวัลส่วนตัวทั้งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเซลติก ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกสกอตแลนด์ รวมไปถึงลูกฟรีคิกยอดเยี่ยม ก็คว้ามาแทบจะหมดแล้วด้วย

โดยรางวัลเกียรติยศของเขากับเซลติกนอกเหนือจากรางวัลส่วนตัวนั้น แชมป์สกอตติช พรีเมียร์ลีก 3 สมัย (2005/06, 2006/07, 2007/08), แชมป์สกอตติช คัพ 1 สมัย (2006/07) และแชมป์สกอตติช ลีก คัพ 2 สมัย (2005/06, 2008/09)

นอกจากจะไปประสบความสำเร็จบนทวีปยุโรปแล้ว ในดินแดนถิ่นเกิดเคยเป็นแชมป์เจลีก คัพ 1 ครั้ง สมัยค้าแข้งกับ โยโกโฮาม่า เอฟ มารินอส ฤดูกาล 2001 ก่อนจะคว้าแชมป์กับมารินอสอีกครั้งในศึก “เอ็มเพอเรอร์ คัพ” ฤดูกาล 2013 หลังกลับจากการไปค้าแข้งในลีกยุโรปนั่นเอง

ในนามของทีมชาติญี่ปุ่น พาทีมคว้าแชมป์ “เอเชียน คัพ” ได้ถึง 2 สมัยในปี 2000 ที่เลบานอน และปี 2004 ที่จีน พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ในปี 2004 อีกด้วย

ชีวิตการค้าแข้งหากพูดแบบฉบับย่อๆของนากามูระ เริ่มต้นเป็นเด็กเยาวชนของโยโกฮามา เอฟ มารินอส ก่อนได้เซ็นสัญญาอาชีพกับทีมชุดใหญ่หลังจบมัธยมปี 1997 กระทั่งมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของเจลีกสองครั้งติดต่อกันในปี 1999 และปี 2000 ก่อนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเจลีกได้ในปี 2000

เว็บ aqua2277 บอกว่าก่อนที่ปี 2002 นากามูระได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการโยกไปเล่นในยุโรปครั้งแรกกับ เรจจินา จนถึงปี 2005 จะย้ายไปร่วมทีมกลาสโกว์ เซลติก จากนั้นแค่ปีเดียว เขาได้ลงสนามในศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกของชีวิตในปี 2006

กระทั่งปี 2009 นากามูระออกเดินทางไปค้าแข้ง ณ แดนกระทิงดุ ซบกับทีมเอสปันญอล แต่ก็เล่นได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว ก็ย้ายกลับสู่ภูมิลำเนากับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ในปี 2010 ก่อนไปอยู่กับ จูบิโล อิวาตะ ในปี 2017 และล่าสุดเมื่อซีซั่น 2019 ที่ผ่านมา เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ โยโกฮาม่า เอฟซี จนถึงปัจจุบัน

ด้วยวัย 41 กระรัต แต่ชายที่ชื่อ “ชุนสุเกะ นากามูระ” ยังคงไม่หยุดเส้นทางอาชีพการค้าแข้ง สัญญาของเจ้าตัวจะหมดลงช่วงสิ้นเดือนมกราคม ปี 2021 เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อถึงเวลานั้น นากามูระจะโบกมืออำลาแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการแน่นอน